MSIG ประกันการเดินทาง
กรอกโค้ด coffee11 รับ Starbucks สูงสุด 1,200 บ

แจกแพลนเที่ยว “คิวชูเหนือ” ด้วยงบสุดคุ้ม เดินทางกับ 5-Day JR Northern Kyushu Rail Pass

เที่ยวญี่ปุ่น ต้องไปคิวชู ชื่อนี้หลายคนอาจจะคุ้นๆ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนของญี่ปุ่น แต่ถ้าบอกว่าไปเที่ยวฟุกุโอกะ ต้องร้องอ๋อ เพราะมีบินตรงจากกรุงเทพ หลายสายการบิน และตั๋วถูกมากกกกก

วันนี้แอดมินจะมาแจกแพลนเที่ยวคิวชูเหนือ จ่ายประหยัด แต่ได้ครบทุกรส ทั้งเที่ยวชมธรรมชาติ, แช่ออนเซ็น เดินช้อปปิ้ง เดินทางด้วยพาส 5-Day JR Northern Kyushu Rail Pass ยิ่งคุ้ม มาดูกันเลยยยยว่าคิวชูเหนือจะน่าเที่ยวแค่ไหน

แนะนำสถานที่น่าเที่ยวและของดีในคิวชู

  • เมืองฮากาตะ (Hakata)

Nakasu street: ถนนคนเดินเก่าแก่แห่งเมืองฮากาตะที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร street food ท้องถิ่นสไตล์ Kyushu ที่เรียกว่า “ยาไต(Yatai)”  ถ้าเพื่อนๆอยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบคนพื้นที่ต้องมาลองให้ได้เลย ที่สำคัญเมนูของกินเพียบทั้งของกินเล่นไปจนถึงอาหารจานหลัก และที่ขาดไม่ได้สำหรับบรรยากาศแบบนี้ก็คือเบียร์ซักแก้วกับเพื่อนรู้ใจนั่นเองล่ะค่ะ

วิธีเดินทาง: จากสถานี JR Hakata station นั่งรถไฟ Fukuoka city subway ไปลงยังสถานี Nakasukawabata Station แล้วเดินต่อ 5 นาที

Nanzo-in : วัดนันโซอินเป็นวัดเก่าแก่ที่มีไฮไลท์อยู่ที่พระนอนขนาดยักษ์ ที่ไม่ว่าแขกไปใครมาต้องได้มาถ่ายรูปเช็กอินที่นี่เสมอ เพราะถือได้ว่าพระนอนของที่นี่นั้นเป็นพระพุทธรูปที่ทำจากสัมฤทธ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยความยาวกว่า 41 ม. สูง 11ม. และน้ำหนักกว่า 300 ตันเลยทีเดียว นอกจากนี้บริเวณรอบๆวัดเองก็มีทางเดินที่อุมดมณ์ด้วยธรรมชาติสวยงามให้เพื่อนๆได้ถ่ายรูปสวยๆกันด้วยค่ะ

วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี JR Kidonanzoin-Mae Station ไปประมาณ 3 นาที
Website: https://nanzoin.net/en

 

  • เบปปุ (Beppu)

อยู่ในจังหวัดโออิตะ เป็นเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนออนเซ็นชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น อุดมไปด้วยแหล่งน้ำร้อนตามธรรมชาติกว่า 2,288 แห่ง โดยมีกำลังส่งน้ำในแต่ละวันกว่า 130,000 kilolitters ทำให้ที่นี่มีโรงแรมและสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวไว้ให้แช่ออนเซ็นอยู่มากมาย

Jigoku Onsen: หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของเมืองเบปปุ ซึ่งถึงแม้จะได้ชื่อว่าออนเซ็นแต่ที่นี่นั้นไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวลงไปแช่น้ำเหมือนที่อื่นนะคะ เพราะที่นี่เป็นออนเซ็นธรรมชาติความร้อนสูงหลากหลายบ่อ ที่เปิดให้เดินชมเท่านั้น โดยมีคอนเซปแบ่งแต่ละบ่อเป็นนรกแต่ละภูมิ มีทั้งหมด 7 บ่อด้วยกัน หากตั้งใจมาเก็บให้ครบทุกบ่อแนะนำว่าต้องมีเวลาพอสมควรเลยล่ะค่ะ เพราะบางบ่อต้องใช้เวลาเดินทาง สำหรับเพื่อนๆที่ไม่ค่อยมีเวลาแนะนำบ่อหลักคือ  Umi Jigoku ซึ่งมีสีฟ้าสวยงามมากรับรองว่าเห็นแล้วอดถ่ายรูปด้วยไม่ได้แน่ๆ

วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Beppu Station มาลงป้าย Umijigoku หรือป้าย Kannawa แล้วเดินต่อ 1 นาที
Website: http://www.beppu-jigoku.com

  • ยูฟูอิน (Yufuin)

Yunotsubo-kaido : จากสถานีรถไฟเดินตรงมาไม่นานก็จะพบกับถนนช้อปปิ้งยูโนะสึโบะแห่งนี้ เป็นถนนที่สาวๆน่าจะหลงรัก เพราะของกิน ของใช้ ของกระจุกกระจิก เรียงรายสลับกับบ้านเรือนได้อย่างลงตัวมากๆ บวกกับบรรยากาศง่ายๆสบายๆคนไม่เยอะกำลังเดินสบาย บอกเลยว่าเดินเพลินอย่างแรง

วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี JR Yufuin Station 7 นาที

Yufuin floral village : หมู่บ้านยูฟุอินฟลอร์รัลถือว่าเป็นจุดน่าแวะที่มาแล้วรับรองรูปเพียบเพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆสไตล์ยุโรปพร้อมการตกแต่งได้อย่างน่ารักให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนของ Ghibli Studio ยังไงยังงั้น แถมยังมีสัตว์น่ารักๆอย่างน้องแกะ,กระต่าย ให้เพื่อนๆเล่นและถ่ายรูปกัน กับร้านขายของเก๋ๆอีกเพียบให้ได้ช้อปปิ้งกันด้วยล่ะค่ะ

วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี JR Yufuin Station 15 นาที ติดกับถนน Yunotsubo-kaido

Kinrin Lake : เมื่อเดินออกจากตัว Floral village ก็จะเจอทะเลสาบคินริน นับเป็นทะเลสาบเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหาของเมืองยูฟูอิน เรียกได้ว่ามาฤดูไหนก็สวยไม่ซ้ำกันซักแบบ โดยเฉพาะในหน้าหนาวและใบไม้ผลิที่ช่วงเช้าๆเราจะได้เห็นไอน้ำฟุ้งๆลอยขึ้นเหนือน้ำ

วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี JR Yufuin Station 20 นาที, ติดกับ Floral village

 

 

  • คุมาโมโตะ (Kumamoto)

Kumamoto Castle : ปราสาทคุมาโมโตะที่มีความยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่น โดยตัวปราสาทจะออกโทนสีขรึมเน้นโทนขาวเทาดำ มีการตกแต่งอย่างปราณีตรอบปราสาท บวกกับการมีสวนรอบๆที่ช่วงฤดูใบไม้ผลินี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดยอดนิยมในการชมซากุระของเมืองเลยก็ว่าได้ค่ะ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายจากเหตุการแผ่นดินไหวในปี 2016 ส่งผลให้ตัวปราสาทได้รับความเสียหายหลายส่วน โดยปัจจุบันทางการได้ดำเนินการซ่อมแซมอยู่อย่างต่อเนื่องและได้ข่าวว่าเส้นทางทัวร์ใกล้เสร็จแล้วซึ่งจะทำให้เพื่อนๆสามารถแวะเข้ามาเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ได้ใกล้มากขึ้น

วิธีเดินทาง: นั่งรถราง 17 นาทีจากสถานี JR Kumamoto Station/นั่งรถบัส 10 นาทีจากสถานี JR Kumamoto Station
Website: https://castle.kumamoto-guide.jp/en/admission/

มาลองเมนูดัง ของขึ้นชื่อประจำ Kyushu กันดีกว่า
Ichiran Ramen: ร้านราเมนดัง เจ้าต้นตำรับประจำเมืองฟุกุโอกะ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อราเมนข้อสอบนั้นเอง โดยเพื่อนๆสามารถเลือกรสชาดได้ตามต้องการทั้งระดับความเผ็ดซุป ความเหนียวของเส้น เพียงแค่เขียนลงในกระดาษคำตอบ   สำหรับใครที่เป็นแฟนร้านนี้ในไทยอยู่แล้ว บอกเลยถ้ามาฟุกุโอกะห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ

Basashi: หรือ เนื้อม้าซาชิมินั้นเอง เมนูนี้เป็นเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดคุมาโมโตะ ถือว่าเป็นโอกาสดีถ้าเพื่อนๆยังไม่เคยลอง เพราะหากินไม่ได้ในบ้านเรา เมื่อมาถึงถิ่นก็ต้องจัดซะหน่อยขอบอกว่าไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนกลัวกัน เพราะไม่เหนียวเหมือนเนื้อวัวทั่วไป สามารถเคี้ยวกินได้ง่าย เนื้อสัมผัสจะลื่นๆและมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

Motsunabe: หม้อไฟเครื่องในวัว ของดังประจำเมือง Hakata มีความโดดเด่นที่รสชาดของน้ำซุปที่เข้มข้นได้รสเนื้อ ต้มเดือดพร้อมกับผัก ยิ่งถ้าได้ทานช่วงอากาศหนาวๆนาเบะหม้อนี้จะให้พลังงานและความอบอุ่นได้ดี รับรองฟินเลยล่ะค่ะ

ที่พักสุดหรูใจกลางเมือง

THE BLOSSOM HAKATA Premier: โรงแรมชั้นนำที่ใกล้กับทุกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของฮากาตะ
ถ้าเพื่อนๆ เดินทางมาจากสนามบิน Fukuoka และกำลังมองหาที่พักอยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ
โรงแรมเรียบหรูทำเลดีตั้งอยู่ใจกลางเมือง Hakata เดินทางสะดวกมากๆ เพียงแค่ 7 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ แถมจากโรงแรมไปสนามบินก็ไม่ไกล ในส่วนของที่เที่ยวแถวๆนี้ก็มีหลากหลายเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Canal city center สำหรับนักช็อบ หรือวัด Tōchō-ji temple สำหรับสายบุญ ที่สำคัญโรงแรมนี้มีออนเซ็นแยกชายหญิงให้บริการสำหรับนักเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยจากการท่องเที่ยวมาทั้งวัน เรียกได้ว่าครบครันสุดๆ

วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี Hakata ไป 7 นาที
Website: https://www.jrk-hotels.co.jp/Hakata_premier/en/

วิธีเดินทางสุดคุ้มทั่ว Kyushu ด้วย JR Northern Kyushu Rail Pass แบบ 5 วัน

พาสนี้เป็นพาสสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะสามารถโดยสารรถไฟไปในแถบตอนเหนือของเกาะคิวชูแบบไม่จำกัดเที่ยวในระยะเวลา 5 วัน และครอบคลุมพื้นที่เดินทางในจังหวัดใหญ่ๆหลายเมืองเช่น เมืองฟุกุโอะกะ (Fukuoka), นางาซากิ (Nagasaki), ซากะ (Saga), คุมาโมโตะ (Kumamoto) และ โออิตะ(Oita)/เบปปุ (Beppu) แถมมาในราคาที่คุ้มค่าสุดๆผู้ใหญ่ราคา 10,190 เยน และเด็กอายุ 6-11 ปี ราคา 5,090 เยน เรียกได้ว่าถ้ามีแพลนว่าจะเที่ยวในแถบเหนือของคิวชูพาสยาวๆ 5 วันเต็ม พาสตัวนี้รับรองว่าจะทำให้ทั้งสะดวกและเซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะเชียวล่ะค่ะ

ตัวอย่างสายรถไฟที่ครอบคลุมการใช้งาน

  •  Limited Express Yufuin no Mori: รถไฟสไตล์รีสอร์ทให้ความสะดวกสบายแบบครบครัน พร้อมการออกแบบตกแต่งด้วยไม้ที่ให้ความคลาสสิคบวกกับความทันสมัยได้ลงตัวสุดๆ โดยเพื่อนๆสามารถเดินชมภายในรถไฟได้แล้วรับรองว่าจะต้องประทับใจกับความสวยและน่ารักของรถไฟขบวนนี้แน่นนอนค่ะ นอกจากนี้ภายในยังมีคาเฟ่ขายอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วยเพราะฉะนั้นหมดห่วงเรื่องท้องหิวระหว่างทางได้เลย ที่สำคัญอยากฝากไว้คือต้องมีการสำรองที่นั่งก่อนเท่านั้นนะคะ ด้วยความนิยมที่สูงจึงทำให้ที่นั่งถูกจองเต็มเร็วมาก ดังนั้นถ้าวางแผนจะขึ้นขบวนนี้ควรรีบจองแต่เนิ่นๆค่ะ

เส้นทางการเดินทาง : ฮากาตะ – ยูฟูอิน/เบปปุ

  • Limited Express Aso Boy !: ขบวนรถไฟสุดคิ้วท์โทนขาวๆที่มีกิมมิคอยู่ที่เจ้ามาสคอตสุดน่ารักนามว่า “Kuro chan” ถ้าอยากมานี่ต้องจองเท่านั้นค่ะ ขบวนนี้นับว่าเหมาะสำหรับคนที่มาเป็นครอบครัวอย่างที่สุด เพราะมีที่นั่งสะดวกสบายที่รองรับกับการเดินทางของครอบครัว ที่นั่งปรับเอนได้เยอะพร้อมสามารถเห็นวิวได้เต็มๆตาแบบไม่มีอะไรมาบังให้ระคายใจ อีกทั้งมีคาเฟ่เล็กที่พรั่งพร้อมด้วยชา กาแฟ ขนมขบเคี้ยว และมีห้องสำหรับเด็กอีกด้วยนะคะ

เส้นทางการเดินทาง : อะโซ-เบปปุ

  • Kyushu Shinkansen 800 Series: รถไฟชินคันเซ็นหัวกระสุนความเร็วสูงที่ตอบโจทย์คนที่ชอบการเดินทางความรวดเร็ว มาพร้อมลุคเรียบหรูและความทันสมัยที่ใส่มาแบบเต็มพิกัด ต้องบอกว่าขบวนนี้เป็นตัวแทนของภาพชินคันเซ็นที่เราๆต่างนึกถึงในสมัยเด็กได้เลยค่ะ เห็นแบบนี้แล้วถ้ามีโอกาสอย่าลืมมาลองนั่งกันซักครั้งนะคะ

เส้นทางการเดินทาง : ฮากาตะ – คุมาโมโตะ

จะหาซื้อตั๋ว JR Northern Kyushu Rail Pass ได้ยังไงดีนะ?

การจองผ่านทางช่องทางออนไลน์นั้นถือได้ว่าเป็นช่องทางที่ทำการจองได้ทั้งง่ายและสะดวกมากที่สุดอย่างหนึ่งแล้วล่ะคะ โดยวิธีการจองนั้นก็ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ https://kyushurailpass.jrkyushu.co.jp/reserve แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. การยืนยันที่อยู่ของอีเมล (Email Address Confirmation) : เพื่อคอนเฟิร์มทางอีเมลที่ให้มาว่าถูกต้องและมีการยืนยันอีกชั้นหนึ่งแล้วจึงกดตามลิงค์เพื่อดำเนินการจองต่อ
  2. ใส่ข้อมูลในการสั่งซื้อ (Purchase Information Entry): กรอกวันที่เริ่มต้นใช้งาน เลือกประเภทของ พาส และจำนวนคนที่ซื้อ
  3. ใส่รายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า (Customer Information Entry): กรอกรายละเอียดชื่อ-นามสกุลที่ตรงกับในพาสปอร์ต วันเดือนปีเกิด ประเทศ และหมายเลขหนังสือเดินทาง
  4. ใส่ข้อมูลบัตรเครดิต (Credit Card Information Entry) : กรอกหมายเลขบัตรเครดิต
  5. การยืนยันรายละเอียดการจอง (Confirm Reservation Details):  เช็ครายละเอียดการจองให้ถูกต้อง
  6. การจองสำเร็จ (Reserved) : การจองสำเร็จเสร็จสิ้นได้รับเป็น E-ticket ทางเมลที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อนำไปใช้แลกพาสตัวจริง

เมื่อทำการจองออนไลน์เรียบร้อยแล้วสามารถไปรับพาสตัวจริงได้ด้วยตัวเองที่ห้องขายตั๋วที่สถานีรถไฟที่กำหนดไว้ พร้อมเอา E-ticket หนังสือเดินทาง และบัตรเครดิตไปด้วยนะคะ โดยสามารถไปรับได้ที่สถานีทั้ง 9 แห่งดังนี้

  1. Hakata Station
  2. Kokura Station
  3. Mojiko Station
  4. Saga Station
  5. Nagasaki Station
  6. Sasebo Station
  7. Beppu Station
  8. Oita Station
  9. Kumamoto Station

JR Kyushu RAIL PASS Online Booking: https://kyushurailpass.jrkyushu.co.jp/reserve

ก่อนซื้อประกันรถยนต์ มาลองเทียบราคากันดีกว่า ว่าบริษัทไหนดีสุด คุ้มสุด

จองโรงแรมจ่ายเต็มกันทำไม ลดเพิ่มอีก 10% ทั่วโลก รับรหัสส่วนลดคลิกที่นี่  

Leave a Reply